วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่ 14




บันทึกอนุทินครั้งที่14
วันศุกร์ที่24 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30 น.
          
          วันนี้เป็นการเรียนการสอนครั้งสุดท้ายของวิชาการศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย  อาจารย์ได้อธิบายรายละเอียดของงานและกำหนดวันส่งงาน



บันทึกอนุทินครั้งที่ 13


บันทึกอนุทินครั้งที่ 13
วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30 น.

          สัปดาห์นี้อาจารย์สอนผ่านเเอพ zoom วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาส่งเเบบสังเกตพฤติกรรมเด็กเเบบที่ 1 เเบบบันทึกระเบียนเหตุการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องจากสิ่งที่ได้ไปสังเกตเด็กที่เราสนใจ และได้สุ่มของเพื่อน 5 คนมาอธิบายให้ฟัง และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สอบถามรายละเอียดต่างๆที่ยังไม่เข้าใจ



บันทึกอนุทินครั้งที่ 12



บันทึกอนุทินครั้งที่ 12
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30 น.

          สัปดาห์นี้อาจารย์สอนผ่านเเอพ zoom วันนี้อาจารย์ได้ให้เริ่มทำเบบสังเกตเเละอธิบายเพิ่มเติมเเบบบันทึกทั้ง 3 เเบบ ในส่วนที่นักศึกษาไม่เข้าใจเเละยังงงอยู่



บันทึกอนุทินครั้งที่ 11


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11
วันที่ 27  มีนาคม 2563
เวลา 13.30-16.30
          วันนี้เรียน Zoom วันแรก อาจารย์ได้อธฺิบายเกี่ยวกับ ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดูแลเด็ก ได้อธิบายถึงเนื้อหาต่างในการดูแลเด็ก แม้จะเรียนออนไลน์จะมีติดขัดบ้างแต่ก็สามารถเรียนได้เข้าใจ
          งานที่อาจารย์สั่ง
                    ให้นศ.ไปติดตามและศึกษาดูพฤติกรรมของเด็กๆ ทั้ง 3 คนไปเลื่อนดูไว้ก่อนทั้งในอดีตและปัจจุบัน เดี๋ยวเราจะทำการศึกษาพฤติกรรมของเด็กๆ



บันทึกอนุทินครั้งที่ 10


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่10
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน 12:30-16:30 น.

          วันนี้จารย์ได้อธิบายเรื่องของการออกเเบบเครื่องมือสังเกตพฤติกรรมเด็ก ทั้ง4ด้าน 10พฤติกรรมให้สอดคล้องกับวัยเเละพัฒนาการของเด็กปฐมวัยและ อาจารย์ได้อธิบายว่าการออกเเบบเครื่องมือสังเกตพฤติกรรมเด็ก ต้องรู้ก่อนว่า สังเกตเด็กอนุบาลช่วงชั้นไหนให้ระบุอายุห่างกันเเค่ปีเดียว เช่น 3-4ปี  4-5 ปี
***เเละวิธีการออกแบบสามารถดูได้ที่ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย60***

คลิปพฤติกรรม       https://www.facebook.com/78200057/posts/10101031015284683/

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9

วันที่ 13  มีนาคม 2563
เวลา 13.30-16.30


วันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานวิจัยที่อาจารย์ให้ไปหามา
งานวิจัยเรื่อง : ผลการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติที่มีต่อพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ของเด็กปฐมวัย


ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย

     1.มุ่งสอนให้คนประพฤติปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
     2.ในการทำงานต่างๆควรยึดอิทธิบาท4 เป็นหลักธรรมที่สามารถฝึกให้เด็กทำงานจนประสบผลสำเร็จ
            2.1. ฉันทะ คือ ความพอใจในงานในสิ่งที่ทำ
            2.2. วิริยะ คือใช้ความพยายามในการทำอย่างต่อเนื่อง
            2.3. จิตตะ คือ มีสมาธิจดจ่อ
            2.4. วิมังสา คือใช้ปัญญในการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมาย
     3.ในระดับปฐมวัยมีความจำเป็นที่ควรนำหลักอิทธิบาท 4 เข้ามาเสริมและปลูกฝังให้เด็กปฐมวัยตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามหลักอิทธิบาท 4
วัตถุประสงค์
       1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ของเด็กปฐมวัยก่อน ระหว่างและหลังการจัดประสบการณ์การเล่นตามมุมประสบการณ์ตัวยสื่อธรรมชาติ
       2 เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์การเล่นตามมุมประสบการณ์
ขอบเขตของการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อศึกษาพฤติกรมอิทธิบาท 4 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ ซึ่งการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ เป็นรูปแบบนวัตกรรมการสอนที่ช่วยต่อยอดประสบการณ์ให้เด็กได้กันพบศักยภาพของตนเอง และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาพฤติกรรมอิทธิบาท 4
นิยามศัพท์เฉพาะ
        1. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กปฐมวัชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนวัดคอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ) แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง จังหวัดกรุงเทพมหานคร สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร
        2. พฤติกรรมอิทธิบาท 4 หมายถึง การแสดงออกถึงความสามารถในการทำกิจกรรมทั้งทางการกระทำ คำพูด สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง อารมณ์ และความรู้สึก ตั้งแต่เริ่มตันจนสิ้นสุดกระบวนการของกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ
        3. มุมประสบการณ์ หมายถึง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน โดยจัดบริเวณต่างๆ ด้วยอุปกรณ์สื่อ วัสดุธรรมชาติ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามหน่วยการเรียนรู้ จัดวางในภาชนะที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กสร้างผลงานได้อย่างอิสระ
       4. การเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ หมายถึง กิจกรรมที่เด็กได้เล่นอย่างอิสระ เปิดโอกาสให้เด็กลงมือปฏิบัติอย่างอิสระกับสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ตามธรรมชาติในมุมประสบการณ์ ได้ตามความสนใจของตนเอง เด็กได้เลือก วางแผน ทดลอง เล่นด้วยตนเอง การจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ
วิธีการดำเนินการวิจัย
การวิเคราะห์ข้อมูล
  ในการศึกษาดันดผู้วิจัยได้สอผลการวิเคราะห์ข้มูลดังนี้
         1. หาค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ คะแนนฉลี่ย (M) และคำความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) โดยใช้การคำนวณโปรแกรมสำเร็จรูป
         2. วิเคราะห์เปรียบเทียบพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ โดยใช้ t – test สำหรับDependent Samples โดยใช้การคำนวณโปรแกรมสำเร็จรูป
สรุปผลการวิจัย
ผลจากการวิจัย พบว่า หลังจากที่เด็กปฐมวัยได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุม
ประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติแล้ว เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ดังนี้
         1. ท่อนการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติเด็กปฐมวัยมี
พฤติกรรมอิทธิบาท 4 Baseline อยู่ในระดับต่ำ หลังการได้รับการจัตกิจกรรมการเล่นตามมุม
ประสบการณ์ตัวยสื่อธรรมชาติ เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ในสัปดาห์ที่ 1 จนถึงสัปดาห์ที่ 3 คงที่อยู่ในระดับปานกลาง และเต็กปฐมวัยมีพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 จนถึงสัปดาห์ที่ 8 อยู่ในระดับสูง 75
        2. การจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ตัวยสื่อธรรมชาติเต็กมีพฤติกรรรมอิทธิบาท 4 เมื่อเปรียบเทียบกับ Baseline พบว่เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ดีขึ้นกว่า ระยะBaeline ตั้งแต่สัปดาห์ที่1 จนถึงสัปตาห์ที่ 8 อย่างมีนับสำคัญทางสถิติที่.0
        3. การจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ ทำให้เด็กมีพฤติกรรมอิทธิบาท 4 โตยรวมและรายค้นคือ ต้านฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสาสูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ตัวยสื่อธรรมชาติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ข้อเสนอแนะ
        1. การจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ตัวยสื่อธรรมชาติ ครูควรคำนึงถึงกิจกรรมที่ให้เด็กทำ ต้องมีการวางแผนการจัดกิจกรรมตามขั้นตอนในการเล่น ข้อตกลงในการเล่น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
        2. การจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประบการณ์ตัวยสื่อรรมชาติ ควรมีการเปลี่ยนแปลงสื่อในแต่ละสัปดาห์ให้สอดคล้องกับหน่วยการสอน และให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดเตรียมสื่ออุปกรณ์ เพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจ และเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองมากขึ้น
       3. การจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ ครูไม่ควรเข้าไปกำหนดวิธีการเล่นให้กับเด็ก แต่ควรเป็นเพียงผู้ชี้แนะ และให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็กต้องการเท่านั้น
       4 ครูมีบทบาทในการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริม ฝึกฝน พฤติกรมที่ดีงามให้กับเด็ก



บันทึกอนุทินครั้งที่ 8


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8
วันที่ 6  มีนาคม 2563
เวลา 13.30-16.30

สอบกลางภาค


วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7
วันที่ 21  กุมภาพันธ์ 2563
เวลา 13.30-16.30
                 วันนี้อาจารย์ได้มอบหมายงาน  เนื่องจากอาจารย์ไม่สบายได้หมอบหมายงาน ที่อาจารย์เคยให้นักศึกษาหางานวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษาพฤติกรรม อาจารย์ให้นักศึกษาสรุปวิจัยเพื่อนำมาเสนอในอาทิตย์หน้า (งานกลุ่ม)


บันทึกอนุทินครั้งที่ 6


บันทึกอนุทินครั้งที่ 6
วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30น.

 วันนี้อาจารย์ให้ออกมานำเสนอบทความของตัวเองหน้าห้องเรียน 
บทความเรื่อง เมื่อลูกโมโหร้าย หวุดหงิด อาละวาด ทำไงดี
          แน่นอนว่าเด็กน้อยที่อยู่ในวัยนี้ต้องมีอารมณ์โมโห หงุดหงิดยามไม่ได้ดั่งใจ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำมากที่สุดคือห้ามแสดงอาการโกรธลูก ทำสีหน้าแสดงความไม่พอใจ  หรือตอบโต้ด้วยอารมณ์ พยามยามค่อยๆทำให้ลูกอารมณ์สงบลง อาจปลอบโยนในสิ่งที่พ่อแม่ถนัดก็ได้แต่ห้ามตามใจในสิ่งที่ลูกเรียกร้องเด็ดขาด พูดกับลูกว่าพฤติกรรมที่ลูกทำออกมามันไม่น่ารัก ไม่ต้องอธิบายอะไรยาวๆ บอกลูกแค่สั้นๆ และเป็นคำพูดที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าโดนตำหนิ

บทความ เรื่องพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็ก
          การแสดงความก้าวร้าวของเด็กอาจเกิดขึ้นได้ เช่น พูดจาหยาบคาย ต่อว่า ไม่เคารพผู้อื่น ทุบตี หยิก กัด ผลัก ขว้างปา ทำลายสิ่งของหรืออาจรุนแรงถึงขั้นทารุณกรรมสิ่งมีชีวิตให้บาดเจ็บหรือล้มตาย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการฝึกเด็กให้ละเมิดสิทธิผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย ทางร่างกาย ทรัพย์สิน หรือ ทำให้ผู้อื่นกระทบกระเทือนจิตใจ
สาเหตุของความก้าวร้าว
1. สาเหตุทางชีวภาพ
2. สภาพจิตใจของเด็ก
3. การเลี้ยงดูภายในครอบครัว
4. สภาพสังคมสิ่งแวดล้อม
วิธีป้องกันและแก้ไข
1. ผู้ใหญ่ต้องหยุดการกระทำอันก้าวร้าวของเด็กโดยทันที
2. หลีกเลี่ยงการตำหนิ
3. ฝึกให้เด็กรับผิดชอบต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตนเอง
4. การลงโทษเด็กไม่ควรใช้ความรุนแรง
5. ผู้ใหญ่ต้องระวังที่จะไม่มีอารมณ์ตอบโต้เด็ก
6. ไม่ควรตอบตกลง หรือต่อรองกันในขณะที่เด็กมีอารมณ์
7. แนะนำทางออกอื่นให้เด็ก

บทความเรื่องลูกชอบเล่นคนเดียว ไม่ชอบเข้าสังคม
          มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ช่างพูดช่างคุยเวลาอยู่บ้าน แต่กลับกลายเป็นเด็กเก็บตัวไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูอยากให้เด็กรู้จักเล่นกับเพื่อนๆร่วมทำกิจกรรมกับคนอื่นๆและปรับตัวได้เร็วก็ต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยวิธีดังต่อไปนี้
1.หาสาเหตุแล้วแก้ให้ถูกจุด
2.เด็กชินกับการเล่นคนเดียว
3.พาลูกไปร่วมกิจกรรมกับเด็กคนอื่นบ่อยๆ
4.คุณพ่อคุณแม่ต้องหาเวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูกบ้าง
5.ปรึกษาแพทย์และนักจิตวิทยาเด็ก

บทความเรื่องเทคนิคสร้างวินัยและปรับพฤติกรรมเด็ก
          ในปัจจุบันพบเด็กมีปัญหาพฤติกรรมมากขึ้น อาทิ ไม่เชื่อฟังพ่อแม่และทำทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ มีพฤติกรรมก้าวร้าวเวลาถูกขัดใจ เช่น ตี และทำร้ายพ่อแม่ หรือคนใกล้ชิด
หลักในการควบคุมเด็กให้ได้ผล
1.ใช้การออกคำสั่งที่เอาจิงแต่ไม่ใช่อารมณ์โกรธ
2.ความสม่ำเสมอ คงเส้นคงวา
3.ความหนักแน่นมั่นคง
ปัญหาพฤติกรรมที่พบบ่อย
1.การที่เด็กดิ้นหรือร้องไห้เวลาถูกขัดใจ เด็กเล็กควรใช้วิธีเบนความสนใจ แต่ถ้าเด็กโต ควรใช้วิธีเพิกเฉย
2.ต้องการพฤติกรรมดี ต้องเสริมพฤติกรรมด้วยการให้รางวัลและคำชมเชย
3.เมื่อเด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว อาจใช้การควบคุมแบบการลงโทษแบบ Time Out

บทความเรื่องแก้ปัญหาเด็กเลือกกิน
          ปัญหาลูกกินน้อยหรือเลือกกินเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่วิตกกังวลโดยเฉพาะเรื่องการเจริญเติบโตของลูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรรีบแก้ไขและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของลูกเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
วิธีการ
1.กินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา
2.ควรกินอาหารเป็นเวลา
3.จำกัดปริมาณให้พอเหมาะ
4.ปรับเปลี่ยนเมนูบ้าง
5.พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก